เหงา:จากหนังสือสุขกันเถอะโยม
posted on 24 Oct 2007 11:51 by eeddy in eeddyBooK
คัดลอกมาจากหนังสือสุขกันเถอะโยม ของพระมหาสมปอง ตาลปุตโต
บทที่ ๑๖ เหงา
รู้สึกว่าเจ้าอาการเหงา มันจะเป็นอารมณ์ร่วมสมัยของวัยรุ่นยุคนี้กันเลยเชียว
ทำให้อาตมางงว่า ทำไมมีเวลาอะไรกันมากมายขนาดนั้น
ไม่เรียนหนังสือ ไม่เข้าห้องสมุด ไม่ทำรายงานกันเลยเหรอ
จะเหงาอะไรกันนักหนาตั้งแต่วันจันทร์ยันอาทิตย์
แสดงว่าเหงาเพราะไม่ค่อยเข้าเรียน มีรายงานก็ให้เพื่อนทำแทน
ถึงว่าคนไทยอ่านหนังสือเฉลี่ยคนละ๗บรรทัด(เห็นว่าปีหน้ากระทรวงศึกษาธิการจะเพิ่มเป็น
๘-๙บรรทัด)
อย่างอาตมาเรียนตั้งแต่อายุ๗ขวบ จนถึง๒๖ปี เรียนมาตลอดเกือบ๒๐ปี
แม้แต่ตอนนี้ก็ยังเรียนอยู่ คือเรียนรู้ที่จะพัฒนาตัวเองขึ้นเรื่อยๆ
ทำให้อาตมาแทบไม่ค่อยมีเวลาเลย แต่ละวันพอเสร็จจากการบรรยาย
ก็ต้องกลับมาเขียนหนังสือ ดูเว็บว่าวัยรุ่นเขาอ่านอะไร
ติดตามข่าวสารต่างๆเปิดเว็บตอบคำถาม
วางแผนกับทีมงานอ่านหนังสืออินพุตข้อมูล
เตรียมตัวว่าวันต่อไปจะบรรยายเรื่องอะไร ทุกวันนี้จึงไม่มีเวลาที่จะเหงาเลย
อาตมาจึงมองว่าคนเหงา คือคนที่ไม่ทำหน้าที่ของตัวเอง
เพราะถ้าทำหน้าที่ของตัวเองอย่างสมบูรณ์แล้วจะไม่เหงาเลย
เอ แต่จะว่าไปแล้ว อาตมาเองก็เคยเหงาอยู่ครั้งหนึ่ง
ตอนนั้นอาตมายังเด็ก พ่อแม่และพวกพี่ๆไปไร่ ไปสวนกันหมด
ส่วนตัวเองเฝ้าบ้าน ปูเสื่อนอนสบายใจเฉิบ
บ้านมีถู ไม่ถู
เพราะเหงา
ถ้วยชามมีให้ล้าง ไม่ล้าง
เพราะเหงา
พอพี่ชายกลับมา แกก็ถามว่า
"ทำไมไม่ล้างถ้วย"
"เหงา"(ทำหน้าเบลอไปด้วย จะได้อารมณ์มาก)
ทำไมไม่ถูบ้าน
"เหงา"
เท่านั้นแหล่ะ พี่ชายจะเตะเอา
"มึงเหงาเหรอ มึงไปไร่ไปสวนเลย กูอยู่บ้านเอง มึงจะได้รู้ว่าการไม่เหงามันเป็นยังไง"
หลังจากวันนั้น อาตมาก็ไม่กล้า เอ๊ย ไม่เคยที่จะเหงาอีกเลย
สุขกันเถอะโยม
มัวแต่เหงานี่เอง
คนว่างนั่นเองคือคนเหงา ลึกซึ้งดีนะเนี่ย
ถ้าเราไม่ว่างเราก็จะไม่เหงา กลายเป็นเหนื่อยแทน
พระอาจารย์สมปองนี่ท่านเขียนได้ดีนะ บรรยายเทศน์ด้วย ดูแล้วไม่มีเหงา
พี่อี๊ดอ่าน ธรรมะเดลิเวอรี่ รึยัง อันนั้นน่ะ ว่างไม่ลงเลย อ่านไปไม่มีเหงาคับป๋ม
โอ้..ลืมทักว่าเปลี่ยนทีมใหม่ น้องหมากะน้องแมว สรุปใครชนะ
#1 By ::..BeinG..*3*..BloG..:: on 2007-10-24 12:52