คัดลอกมาจากหนังสือสุขกันเถอะโยม ของพระมหาสมปอง ตาลปุตโต

บทที่ ๑๖ เหงา

             รู้สึกว่าเจ้าอาการเหงา มันจะเป็นอารมณ์ร่วมสมัยของวัยรุ่นยุคนี้กันเลยเชียว

ทำให้อาตมางงว่า ทำไมมีเวลาอะไรกันมากมายขนาดนั้น

ไม่เรียนหนังสือ ไม่เข้าห้องสมุด ไม่ทำรายงานกันเลยเหรอ

จะเหงาอะไรกันนักหนาตั้งแต่วันจันทร์ยันอาทิตย์

แสดงว่าเหงาเพราะไม่ค่อยเข้าเรียน มีรายงานก็ให้เพื่อนทำแทน

ถึงว่าคนไทยอ่านหนังสือเฉลี่ยคนละ๗บรรทัด(เห็นว่าปีหน้ากระทรวงศึกษาธิการจะเพิ่มเป็น

๘-๙บรรทัด)

            อย่างอาตมาเรียนตั้งแต่อายุ๗ขวบ จนถึง๒๖ปี เรียนมาตลอดเกือบ๒๐ปี

แม้แต่ตอนนี้ก็ยังเรียนอยู่ คือเรียนรู้ที่จะพัฒนาตัวเองขึ้นเรื่อยๆ

ทำให้อาตมาแทบไม่ค่อยมีเวลาเลย แต่ละวันพอเสร็จจากการบรรยาย

ก็ต้องกลับมาเขียนหนังสือ ดูเว็บว่าวัยรุ่นเขาอ่านอะไร

ติดตามข่าวสารต่างๆเปิดเว็บตอบคำถาม

วางแผนกับทีมงานอ่านหนังสืออินพุตข้อมูล

เตรียมตัวว่าวันต่อไปจะบรรยายเรื่องอะไร ทุกวันนี้จึงไม่มีเวลาที่จะเหงาเลย

             อาตมาจึงมองว่าคนเหงา คือคนที่ไม่ทำหน้าที่ของตัวเอง

เพราะถ้าทำหน้าที่ของตัวเองอย่างสมบูรณ์แล้วจะไม่เหงาเลย

             เอ แต่จะว่าไปแล้ว อาตมาเองก็เคยเหงาอยู่ครั้งหนึ่ง

ตอนนั้นอาตมายังเด็ก พ่อแม่และพวกพี่ๆไปไร่ ไปสวนกันหมด

ส่วนตัวเองเฝ้าบ้าน ปูเสื่อนอนสบายใจเฉิบ

บ้านมีถู ไม่ถู

เพราะเหงา

ถ้วยชามมีให้ล้าง ไม่ล้าง

เพราะเหงา

พอพี่ชายกลับมา แกก็ถามว่า

"ทำไมไม่ล้างถ้วย"

"เหงา"(ทำหน้าเบลอไปด้วย จะได้อารมณ์มาก)

ทำไมไม่ถูบ้าน

"เหงา"

เท่านั้นแหล่ะ พี่ชายจะเตะเอา

"มึงเหงาเหรอ มึงไปไร่ไปสวนเลย กูอยู่บ้านเอง มึงจะได้รู้ว่าการไม่เหงามันเป็นยังไง"

             หลังจากวันนั้น อาตมาก็ไม่กล้า เอ๊ย ไม่เคยที่จะเหงาอีกเลย

                   สุขกันเถอะโยม

 

Comment

Comment:

Tweet

สาธุ

#16 By เว็บหมา (119.42.73.241) on 2010-06-10 12:06

ดีมากมากเลยค่ะ

#15 By ฟฟ (58.64.55.208) on 2008-09-13 20:57

อือมมมมจริงของท่านนะคะพี่อี๊ด

(ต้องขอบคุณพี่อี๊ดด้วยนะคะ ที่เอามาให้พวกเราอ่านกัน เพราะบางคนก็ไม่มีโอกาสได้อ่าน - เยี่ยงนัท confused smile)

อือมมม ตอนที่พระอาจารย์ท่านว่า "เด็กสมัยนี้ไม่มีการบ้านไม่มีรายงานทำแล้วเหรอ" (อะไรประมาณนี้นะคะ) นัทว่าจริงนะ...เพราะว่าเคยเป็นอยู่ มันมีอะไรทำแหละพี่อี๊ด แต่นัทไม่ทำเอง มันเลยทำให้รู้สึกว่าเหงามั้งคะ


ซื้ออ่านดีกว่า... big smile

#14 By tara on 2007-10-25 23:55

เอ่อ จริง ๆ ไม่ว่างแต่ก็เคยเหงานะ
รู้สึกว่าทำแต่งาน ๆ ๆ ๆ จนรู้สึกว่า
ทำอะไรอยู่เนี่ย ไม่เห็นมีใครสนใจเราเรย
ทำไปทำมัยเนี่ย เหนื่อยแล้วนะ
ใคร ๆ ก็มิสน เฮ้อ. . .
sad smile

#13 By Fein on 2007-10-25 16:06

ท่านสอนสนุก แถมได้ข้อคิด แบบนี้ไม่เหงาแล้วนะครับ

#12 By หนึ่ง on 2007-10-25 13:39

จริงค่ะ เหงาเพราะว่าว่างนั่นเอง พอว่าง จิตก็ฟุ้งซ่าน

ชอบนะคะ ท่านสอนธรรมะแบบสบายๆ ดี ทำให้น่าสนใจติดตาม รู้สึกมีรายการ ธรรมะเดลิเวอร์รี่ด้วยนะคะ ฟังเพลินๆ แต่ได้ความรู้

สอนแบบสนุก แล้วก็แฝงข้อคิดดีๆ ไว้ด้วย

หนังสือดีค่ะ (แต่ไม่ได้ซื้อมา) แฮ่ๆๆ

#11 By *รักเร้น* on 2007-10-25 07:55

confused smile มัวแต่เหงานี่เอง
งานการไม่ยอมทำ หุหุsad smile
ห้องสมุดบ้านเราทุ่มนึงก็ปิดแล้วค่ะ เมืองนอกเค้าค้นกันได้ค้นกันดี ดึกๆก็เข้าไปค้นไปอ่านได้ทั้งนั้น พิพิธภัณฑ์ก็ปิดเสาร์อาทิตย์ วันธรรมดาปิดพร้อมโรงเรียนเลิกแบบนี้จะโทษเด็กฝ่ายเดียวได้ยังไงล่ะคะ

สงสารเด็กไทย
ไม่ว่างที่จะเหงา ...
แต่เหงา ทุกวัน แม้จะไม่ว่าง .. เอิ๊กๆๆ
ตกลง ก้อเหงาแหละ ถึงแม้ จะงาน รัดตัวแค่ไหน
..
ถ้าพระ เหงา ก้อคงลำบากแย่sad smile
( จะบาปไหมเนี๊ยะ ) ถ้าเลิกเหงาได้ จะไปบวชquestion

#8 By (¯`•¸®·neo590·) °´¯)* on 2007-10-24 22:44

ชอบพระองค์นี้ >< สงสัยต้องหามาอ่านแล้ว
^-^''
อ่า ต่อไปนี้จะไม่เหงาอีกแล้วคร้าบบบ
แง
(อ้าว ร้องทำไม)sad smile

#6 By ::poompuien:: on 2007-10-24 18:56

ขอบคุณกับการแบ่งปันสิ่งดีๆ นะครับ ^^

#5 By apple666 (Nopphasul) on 2007-10-24 15:00

เห็นด้วยครับ

สาธุbig smile
555 เหงานักใช่มั๊ย
ต้องใช้ให้ทำงานหลายๆ อย่างจะได้ไมเหงา big smile

อย่างนี้ต้องไม่ควรเหงาบ่อย big smile

#3 By !2know ++ on 2007-10-24 14:09

เห็นด้วยกับท่านนะ ผมเองก็ไม่มีเวลามานั่งเหงาเลยอ่ะ ทำนู่นทำนี่ตลอด

#2 By เจ้าชายน้อย on 2007-10-24 13:01

จริงด้วย
คนว่างนั่นเองคือคนเหงา ลึกซึ้งดีนะเนี่ย

ถ้าเราไม่ว่างเราก็จะไม่เหงา กลายเป็นเหนื่อยแทน wink

พระอาจารย์สมปองนี่ท่านเขียนได้ดีนะ บรรยายเทศน์ด้วย ดูแล้วไม่มีเหงา

พี่อี๊ดอ่าน ธรรมะเดลิเวอรี่ รึยัง อันนั้นน่ะ ว่างไม่ลงเลย อ่านไปไม่มีเหงาคับป๋มbig smile

โอ้..ลืมทักว่าเปลี่ยนทีมใหม่ น้องหมากะน้องแมว สรุปใครชนะsad smile