Custom Search

ข้อแนะนะในการอ่านเอนทรี่นี้

เอนทรี่นี้ไม่มีเรื่องหมา ไม่มีสาระความรู้ ไม่มีเรื่องบันเทิง

เป็นแค่ความรู้สึกส่วนตัวที่อยากเขียนเท่านั้น

และเอนทรี่นี้เขียนยาวด้วย ถ้าขี้เกียจอ่านก็ข้ามไปเถอะค่ะ

รออ่านเอนทรี่หน้านะคะ...

แล้วจะหาเรื่องหมาๆมาให้อ่านกันเหมือนเดิม

ในยุคสมัยที่การหย่าร้างมีมากขึ้น ความอดทนของคนมีน้อยลง

ชีวิตครอบครัวจบลงในระยะเวลาไม่นาน ทั้งๆที่มีลูกด้วยกัน

แต่ดูเหมือนว่าลูกจะไม่ได้เป็นโซ่ทองคล้องใจได้อีกต่อไปแล้ว

เมื่อการแยกทางเกิดขึ้น ลูกก็คงต้องอยู่กับพ่อหรือแม่ฝ่ายใดฝ่ายหนึ่ง

และเมื่อพ่อ แม่แต่งงานใหม่ แน่ล่ะคนที่จะก้าวเข้ามาในชีวิตของกันและกัน

ก็คือ"พ่อเลี้ยง" "แม่เลี้ยง" และ"ลูกเลี้ยง"

ไม่ว่าจะเป็นสถานะไหนก็ตาม คงไม่ค่อยมีใครเต็มใจที่จะป็นหรอกค่ะ

ที่เป็นก็เพราะมันจำเป็นทั้งนั้นแหล่ะ เป็นภาวะจำยอมด้วยกันทั้งนั้น

ชีวิตของผู้หญิงและผู้ชายทุกคน ถ้าเลือกได้ก็คงอยากมีสามีหรือภรรยาที่ไม่มีพันธะ

เป็นคนที่มีประวัติสวยงามไม่เคยผ่านใครมาก่อน ไม่เคยแต่งงาน ไม่มีลูกติด

ผู้หญิงเราทุกคนคงอยากเป็นแม่ด้วยกันทั้งนั้นแหล่ะค่ะ

แต่คงไม่มีใครอยากเป็นแม่ที่มีคำว่า"เลี้ยง"ต่อท้ายหรอกนะคะ

หากแต่ในชีวิตจริง...เราสามารถกำหนดได้เหรอคะ?

ถ้าคุณรักใครซักคนจะต้องทำการสอบประวัติ ตรวจร่างกายก่อนแล้วค่อยรักได้หรือเปล่า?

ถ้าในเมื่อเรากำหนดให้มันเป็นอย่างที่เราต้องการไม่ได้

ก็มีทางเดียวคือต้องยอมรับ

และปรับตัวกับสถานะนั้นให้สามารถอยู่ร่วมกันอย่างสงบสุขที่สุด...

ชีวิตของอี๊ดโชคดีที่มีครอบครัวที่มีพ่อแม่อยู่ด้วยกัน

จนกระทั่งตายจากกันไปข้างนึง(แม่เสียไปแล้ว)

ไม่มีปัญหาพ่อแม่หย่าร้างกันเหมือนหลายๆครอบครัวในสังคม

แต่ก็ไม่ถือว่าเป็นโชคร้ายนะคะ ที่ได้มาเจอสามีที่มีลูกติดถึงสองคนแบบนี้

ไม่เคยคิดว่าตัวเองจะต้องมาเป็นแม่เลี้ยงของใครด้วย

เพียงแต่บอกกับตัวเองว่า เรารักเค้า เราก็ต้องรักลูกของเค้าด้วย

และลูกๆของเค้าก็คงคิดและคงต้องปรับตัวด้วยเหมือนกัน

เมื่อมีอี๊ดเข้ามาอยู่ในบ้าน

ลูกเลี้ยงของอี๊ดทั้งสองคนเป็นหนุ่มเป็นสาวกันหมดแล้ว

พวกเค้าก็ไม่เคยออกอาการต่อต้านแต่อย่างใด

ซึ่งก็ถือเป็นเรื่องที่โชคดีอย่างหนึ่งของอี๊ดค่ะ ที่เด็กๆเค้าเข้าใจ

เนื่องจากก็เด็กๆเค้าอายุห่างจากอี๊ดไม่มากนัก

อี๊ดก็เลยให้เด็กๆเรียกว่าพี่อี๊ดค่ะ

การอยู่ร่วมเป็นครอบครัวเดียวกัน

มันก็มีบ้างที่จะต้องมีเรื่องขุ่นข้องหมองใจเป็นเรื่องปกติ

แต่อี๊ดคิดว่าการเป็นแม่เลี้ยงมันยากกว่าการเป็นแม่จริงๆ

ตรงที่เราพูดหรือทำอะไรไม่ได้เหมือนกับการที่เรามีลูกจริงๆของเรา

อย่างถ้าเราขี้เกียจ กินตรงไหนวางตรงนั้น งานบ้านไม่ช่วย

เวลาแม่หรือพ่อด่าเราก็คงเฉยๆใช่มั๊ยคะ

แต่ถ้าเป็นแม่เลี้ยงหรือพ่อเลี้ยงด่าล่ะ "มึงไม่ใช่พ่อแม่กูนะ"

เวลาพ่อแม่ทำโทษ ก็ธรรมดาใช่มั๊ยคะ รักวัวให้ผูก รักลูกให้ตี

แต่ถ้าพ่อเลี้ยงแม่เลี้ยงตีล่ะ โอ๊ย!พ่อเลี้ยงใจยักษ์ แม่เลี้ยงใจมาร

สรุปทำอะไรก็ผิดทั้งนั้น มันน่าอึดอัดเหมือนกันนะคะ

ถึงแม้บางครั้งอี๊ดจะอึดอัด หงุดหงิดกับความประพฤติของเด็กๆบ้าง

อย่างบางทีที่เค้ากินข้าวแล้ววางจานไว้เกะกะ

ไม่ช่วยล้างจานเลย แถมเวลาจะเข้าห้องก็ไม่เคยเคาะประตู

ชอบถือวิสาสะหยิบนั่นหยิบนี่ไปเพราะถือว่าเป็นของพ่อตัวเอง 

และชอบพาเพื่อนๆมาร้องเพลงที่บ้านส่งเสียงเอะอะโวยวาย

ซึ่งอี๊ดค่อนข้างเป็นคนชอบความสงบ

ไม่ค่อยชอบคนเยอะๆหรืออะไรที่เสียงดังๆดูวุ่นวาย

แล้วพอกลับไปก็ยังมีชามกองโต โต๊ะเขลอะๆให้อี๊ดเช็ดล้างอีก

บางทีมันก็หงุดหงิดและเหนื่อยหน่ายใจน่ะค่ะ

แต่เมื่อคิดถึงว่าสามีซึ่งเป็นคนกลางเหนื่อยยิ่งกว่าหลายเท่านัก

ไหนจะต้องทำหน้าที่เป็นสามีและเป็นพ่อในเวลาเดียวกัน

ภรรยาก็เป็นคนคิดมาก ลูกก็เป็นวัยรุ่นเอาใจยากอีก

การจะทำให้ทั้งสองฝ่ายพอใจคงไม่ใช่เรื่องง่าย

พอคิดมาถึงตรงนี้อี๊ดก็จะสงสารเค้าขึ้นมาจับใจ

อะไรที่ทำได้ก็ทำ อะไรทนได้ก็ทน

ไม่อยากบ่นหรือพูดอะไรให้เค้าไม่สบายใจอีก

อี๊ดว่าครอบครัวที่มีพ่อเลี้ยง แม่เลี้ยง หรือลูกเลี้ยง

แม้จะเป็นครอบครัวที่ไม่สมบูรณ์แบบ

แต่ก็สามารถที่จะอยู่ร่วมกันได้อย่างมีความสุข

ถ้าเข้าใจกันและไม่อคติต่อกันเกินไปนัก

ละครที่มีแม่เลี้ยงใจร้าย คอยรังแกข่มเหงลูกเลี้ยงก็ไม่ใช่ว่าไม่มี

แต่แม่เลี้ยงก็ไม่ได้เลวเสมอไปทุกคนหรอกนะคะ

หรือลูกเลี้ยงที่เป็นเด็กแสบคอยแกล้งและต่อต้านคนที่จะมาเป็นแม่เลี้ยง

เหมือนเช่นในละครที่เราดูๆกัน

นั่นก็ไม่ใช่เด็กที่เป็นลูกเลี้ยงจะต้องเป็นแบบนั้นทุกคนนะคะ

เด็กที่มีเหตุ มีผลพูดกันรู้เรื่องก็มี

อยากให้ทุกครอบครัวมีความสุขค่ะ

ขอให้ครอบครัวของทุกคนมีความรัก ความเข้าใจกันมากๆนะคะ

Comment



smilebig smileopen-mounthed smileconfused smilesad smileangry smiletonguequestionembarrassedsurprised smilewinkdouble winkcry

แม่เราก็เป็นแม่เลี้ยงของพี่สาวคนโตค่ะ
คือ พ่อมีลูกแล้วคนนึง ถึงมาเจอแม่ แล้วถึงมีพี่คนรอง แล้วก็เรา
ซึ่งเรื่องนี้เป็นความลับจนพวกเราเริ่มโต เหมือนในละครเลยล่ะค่ะ ฮะๆ

ทึ่งแม่ตรงที่เลี้ยงพี่คนโตจนลืมไปเลยว่านี่เป็นลูกเลี้ยง ซึ่งถ้าเป็นเราต้องทำไม่ได้แน่เลย แต่ไม่ใช่แม่ไม่ตี ทำผิดก็ตีเหมือนกันทุกคน แย่งของเล่นกันก็ตีหมดเลยสามคน sad smile
เคยถามแม่ว่าทำไมถึงยอมเลี้ยงพี่คนโต
แม่บอกว่า อากงอาม่าสั่งไว้ว่า ถึงไม่ใช่ลูกก็เหมือนหลาน
พอพี่คนโตแต่งงานมีหลาน แม่ก็เลี้ยงหลานแบบว่ารักเป็นหลานในไส้เลย ขนาดเราบ่นหลาน เรายังโดนมาด่ากลับมาเลย
confused smile

#1 By honeynut on 2008-05-14 17:30

ปัญหาหย่าร้างสมัยนี้
ดูเหมือนเป็นเป็นเรื่องปกติไปแล้วเหมือนกันนะคะ

แต่คุณอี๊ดก็ยังดีนะคะ
ที่รู้จักเข้าใจและพยายามเข้าใจในสิ่งที่เป็น
เพราะถ้าคิดไปในทางตรงกันข้าม
รับรองว่าต้องมีปัญหาตามมาอีกมากมายแน่ๆ เลยค่ะ
การอยู่ร่วมกันก็ต้องมีกระทบกระทั่งกันบ้างเป็นเรื่องปกติ
เอาใจช่วยนะคะ
ถ้าคุณอี๊ดยังมีกำลังใจดี
รับรองว่าเรื่องทุกอย่างต้องผ่านไปได้อย่างง่ายดายค่ะ big smile

#2 By !2know ++ on 2008-05-14 17:50

อู๋อยากแชร์กับพี่จัง ติดที่ว่าตอนนี้พิมพ์มือถือ เลยยาวไม่ได้วันหลังแล้วกันเนอะ
ขอพูดในฐานะที่เป้นลูกเลี้ยงคนนึง
(ปัจจุบันคุณแม่เลี้ยง ได้หนีคุณพ่อไปแว้ว)

บางครั้งมันก็เหมือนในละครเลย พูดถูกนะคะ
แต่เราหนักใจมาก บางทีเคยคิดว่า ทำไมพ่อต้องให้เวลาเค้า มากกว่าเราด้วย(เลวจิง)
น้อยใจ พอแม่เลี้ยงไปบอกอะไรพ่อหน่อยว่าเราไม่ดี พ่อก้ว่าเรา
ซึ่งเราโมโหมาก ชีวิตใครก้ชีวิตมันสิ เพราะเรารู้ว่าเค้ามากอบโกยแปลกๆ
ต้องดูคนที่เป้นพ่อเป็นต้นด้วย
อย่างพ่อเรา ไม่สนใจเราเท่าไหร่ ออกไปกับแม่เลี้ยงทั้งวัน
กลับมาก้พูดคุยกัน เราก้เล่นเน็ตไม่สนใจ บลาๆ
เราน้อยใจนะ บางทีก็ไม่คุยกับเรา เราเลยหันไปติดแฟน+เพื่อนมากกว่า
หลายๆคนหาว่าเรามีปัญหา
แต่ใครไม่ใช่เราก็ไม่รุ้หรอกว่ารู้สึกยังไง เราต้องการยังไง
เราเลยทำคล้ายๆลูกเลี้ยงคุณอี๊ด คือ ไม่สนใจ เอาแต่ใจบ้าง
แต่ที่จริงน่ะ เราต้องการความเอาใจนะ
ถ้าแม่เลี้ยงคนนั้นพูดดีกับเรา ชวนไปช๊อปปิ้ง ชวนไปไหน บลาๆ
ไม่ใช่เอาแต่มานั่งเงียบๆไม่ค่อยพูดอะไรมาก เออออ ติดตามสามี
เราก้หงุดหงิดอะ ลองเปิดใจกันคุยเหมือนเป็นเพื่อนกันดู ถ้าสนิทกันแล้วจะโอเคขึ้นนะคะ
ตอนหลังเดี๋ยวเค้าก็กลับใจมาช่วยงานบ้านคุณเองแหละ
ปัญหาเราคล้ายๆคุณอี๊ดเลย แต่เราพยายามจะดีกับเค้าหลายครั้งแล้วนะ
บางทีเค้าค้อนเรากลับมา เราก้ไม่คุยด้วยเป็นเดือนเลย ข้อหา กวนประสาท (ขอโทษที่รุนแรงค่ะ)
แถมยังชอบพูดจาเอาใจพ่อเราเกินเหตุด้วย รักพ่อๆ เหมือนมากอบโกยเลยอะ(แล้วก้จริงๆด้วย)
เอาเถอะค่ะ เอาใช่วยนะคะ

ขอให้โชคดี และมีความสุขในครอบครัวนะึคะ

#4 By ★TIMO★ on 2008-05-14 18:33

เจด้าว่าที่ครอบครัวคุณอี๊ดอยู่ด้วยกันแล้วปรองดองกันได้ เพราะความรักที่คุณอี๊ดและแฟนมีให้แก่กัน ทำให้ผ่านพ้นทุกอย่างได้ เป็นกำลังใจแด่ทุกความสุขของอี๊ดคะconfused smile

#5 By Duoartists in phuket on 2008-05-14 18:34

เรื่องช่วยเหลือกันภายในบ้านน่าจะพอเปิดใจพูดคุยกันได้นะคะ VaR ว่าคุณอี๊ดเก็บความอดทนไว้อดทนในเรื่องสำคัญๆดีกว่า

#6 By VAR on 2008-05-14 18:54

ตอบ#1
นับถือน้ำใจของคุณแม่คุณเลยค่ะ ชอบคำพูดของอากง อาม่าที่ว่า
"ถึงไม่ใช่ลูกก็เหมือนหลาน"จะจำคำนี้ไว้เตือนตัวเองค่ะ

ตอบ#2
ขอบคุณมากค่ะคุณเปิ้ล

ตอบ#3
พี่จะรออ่านคอมเม้นท์ของน้องอู๋นะคะ

ตอบ#4
ขอบคุณที่มาแชร์ความรู้สึกของลูกเลี้ยงคนหนึ่ง
ให้แม่เลี้ยงอีกคนหนึ่งได้รับรู้มุมมองของคนที่เป็นลูกนะคะ
พี่เองเข้าใจลูกเลี้ยงนะคะ เข้าใจว่าเค้าเป็นเด็กวัยรุ่น
เรื่องขี้เกียจก็ต้องมีบ้าง หลานพี่ก็เป็นเหมือนกัน
เพียงแต่พี่ดุด่าหลานพี่ได้ แต่จะดุด่าลูกเลี้ยงมันก็ใช่ที่
มันก็เลยเกิดการอึดอัด เก็บกดเป็นธรรมดา
แต่เราก็โชคดีที่สนิทกันไปดูหนัง ไปเดินเล่นด้วยกันเสมอ
เวลาเค้ามีเรื่องอะไรที่บอกพ่อไม่ได้
เค้าก็จะมาเล่าให้พี่ฟังด้วยค่ะ(เฉพาะลูกผู้หญิง)
ส่วนลูกผู้ชายเค้ามีแฟนแล้วก็มีแอบยืมเงินพี่บ้างก็ไม่ว่ากัน
พี่ก็ไม่รู้นะคะว่าลูกเค้าจะคิดว่าพี่มากอบโกยหรือเปล่า
แต่เชื่อว่าเวลาจะเป็นตัวพิสูจน์ความจริงใจได้ค่ะ
ขอให้ครอบครัวน้องมีความสุขมากๆเช่นกันนะคะ

ตอบ#5
จริงค่ะคุณเจด้า อี๊ดเชื่อว่าความรักย่อมชนะอุปสรรคต่างๆได้เสมอ
ขอบคุณที่ให้กำลังใจนะคะ

ตอบ#6
อี๊ดจะลองพูดดูค่ะ แต่มันพูดยากจริงๆถึงเวลาก็พูดไม่ออก
ได้แต่ฟึดฟัดกับตัวเองทุกที

#7 By eeddy(อี๊ด) on 2008-05-14 19:20

พี่อี๊ดไม่ได้เป็นอะไรใช่ไม๊คะ
นัทจับความรู้สึกแบบแปลก ๆ ได้นิด ๆ
ไม่รู้ว่าถูกไม๊ แต่ถ้าไม่ใช่นัทก็ขอโทษนะคะ


พื้นฐานครอบครัวของพี่อี๊ดคงคล้า ยๆ กับของนัท
ครอบครัวนัทอบอุ่นดีค่ะ โชคดีด้วยที่พ่อนัทไม่เจ้าชู้
และให้เกียรติแม่ อีกทางนึงแม่ก็ให้เกียรติพ่อเหมือนกัน
ต่างคนต่างให้เกียรติซึ่งกันและกัน ต่างกับคนแถว ๆบ้าน
มีเรื่องผู้หญิงทำให้ฝ่ายภรรยาเครียด เรื่องอะไรต่าง ๆ ก็อยู่ที่ลูกค่ะ

แม่เคยบอกว่าถ้าแม่เกิดตายไปก่อนพ่อ
(นัทคุยกันเรื่องนี้เป็นปกติค่ะ ไม่ได้แช่งแม่นะคะ)
แม่บอกให้นัทกีดกันแม่เลี้ยง ห้ามพ่อมีเมียใหม่เด็ดขาด
เอาง่าย ๆ คือแม่ค่อนข้างหวงสมบัติ กลัวเค้าจะมาปอกลอกพ่อ
ตอนแรกนัทบอกแม่ว่าถ้าพ่อจะมี ก็อยากให้เค้ามี
พ่อจะได้ไม่เหงา นัทไม่รู้ว่าถ้าเป็นอย่างที่แม่พูดจริง ๆ
(หมายถึงเรื่องถ้ามีแม่ใหม่นะคะ)
แม่เลี้ยงคนใหม่จะเป็นแบบพี่อี๊ดใหม่
ถ้าเป็นงั้นจริง ๆ
นัทก็อยากได้ลักษณะนิสัยของพี่อี๊ดมาเป็นแม่เลี้ยงของนัทค่ะ


พี่อี๊ดโชคดีมากเลยค่ะที่ไม่เจอพวกเด็ก ๆ ต่อต้าน
ถึงแม้จะมีความยุ่งยากใจเกิดขึ้นมาบ้าง
อาจจะเป็นเพราะว่าพี่อี๊ดเป็นคนที่เข้ามาอยู่ใหม่มั้งคะ
บางข้ออาจจะต้องมีเรื่องปรับตัวกันบ้าง
(เด็ก ๆ ก็คงต้องปรับตัวเหมือนกันเนอะ)


นัทคงพูดอะไรมากไม่ได้ แต่สู้ ๆ นะคะพี่อี๊ด


big smile

#8 By I'm Brianwasher on 2008-05-14 19:37

เอ่อ...
ใช่ว่า ครอบครัวที่มีพ่อแม่ครบถ้วนสมบูรณ์
ก็จะเป็นครอบครัวที่อบอุ่นได้นะครับ

ถ้าพี่แคร์ความรู้สึกของแฟนและลูกๆได้ขนาดนี้

น่าจะสร้างครอบครัวที่ดีได้แน่นอนครับ^^

#9 By SuBBatH on 2008-05-14 20:10

ตอบ#8น้องนัท
พี่แค่รู้สึกอยากระบาย ไม่ได้มีปัญหาอะไรหรอกจ้ะ
ที่เล่ามามันเป็นความรู้สึกที่เกิดไปแล้ว และผ่านไปแล้ว
เพียงแต่ตอนที่รู้สึกขุ่นมัวอยู่พี่จะไม่เขียนและไม่อยากพูดถึง
เพราะการพูดตอนเรามีอารมณ์ มันจะไม่มีเหตุผลจ้ะ มันจะมีแต่อารมณ์ล้วนๆ

แม่พี่เสียไปโดยไม่ได้สั่งอะไรเรื่องพ่อ
แต่ตอนที่พ่อพาผู้หญิงที่เพิ่งรู้จักกันหลังแม่ตายได้ไม่ถึงเดือน
พี่ก็อาละวาดซะบ้านเกือบแตก เพราะดันพากันมานั่งกินเบียร์ในบ้าน
พี่ไม่ได้โกรธถ้าพ่อจะมีเมียใหม่
แต่โกรธที่พาผู้หญิงแปลกหน้ามานั่งกินเหล้ากินเบียร์ในบ้าน
ไม่บอกพี่ล่วงหน้าซักคำ มันโกรธตรงนี้แหล่ะมั๊ง
นึกๆแล้วก็คิดว่าตัวเองนี่บ้าชะมัด ไม่น่าทำอะไรแบบนั้นเลย
เป็นลูกเลี้ยงแบบคาวีในสวรรค์เบี่ยงเลยอ่ะ
โชคดีนะที่ตัวเองไม่เจอลูกเลี้ยงแบบนี้
ว่าแล้วก็รู้สึกรักลูกเลี้ยงของตัวเองขึ้นอีกเป็นกองจ้ะ
เค้าดีกว่าพี่เยอะเลย

#10 By eeddy(อี๊ด) on 2008-05-14 20:16

ตอบ#9
จริงค่ะ ครอบครัวที่มีพ่อแม่ลูกครบ
แต่ทะเลาะตบตีกัน พ่อกินเหล้า แม่เล่นการพนัน
ครอบครัวก็คงไม่มีความสุขหรอกค่ะ

#11 By eeddy(อี๊ด) on 2008-05-14 20:21

พอที่จะเข้าใจในปัญหาและความอึดอัดใจของคุณอี๊ดนะคะ
ขอเป็นกำลังใจให้คุณอี๊ดผ่านพ้นมันไปได้ด้วยดีค่ะ big smile
เอ่อ...ครอบครัวไม่ต้องถึงขั้นทะเลาะตบตี
ก็แตกแยกได้
ถ้า....
ไม่เคยมีเวลาให้กันเลย...
มันกลายเป็นครอบครัวที่ทุเรศสิ้นดี

(ผมเติบโตมาในสภาพนั้น เคยเกือบตาย และเกือบเสียคน เสียแฟนไป 1 คน)

#13 By SuBBatH on 2008-05-14 23:06

บางครั้งที่พ่อกับแม่ทะเลาะกันบีเคบพูดประชดว่า "เถียงกันดีนักก็เลิกกันเลยมั๊ย"
เค้าถามบีว่า "เลิกกันแล้วเลือกอยู่กับใคร" บีตอบว่า "....."

เลือกไม่ได้หรอกพี่

สักพักก็เถียงกันอีกว่า "ถ้าเลิกกันจริงลูกจะอยู่กับใคร" แล้วก็เถียงกันจนหัวเราะเพราะต่างคนต่างไม่มีวันทิ้งบี

ด้วยเหตุฉะนี้ เวลาทะเลาะกันก็จะมาลงที่เสียงหัวเราะด้วยเหตุผลนี้จ๊ะ

ก็ทะเลาะกันไปตามประสาลิ้นกันฟันแหละพี่ big smile

ยังไงก็ขอให้ทุกครอบครัวรักกันมาก ๆ นะคะ

#14 By ::..BeinG..*3*..BloG..:: on 2008-05-15 07:52

ดีจังที่พี่อี๊ดมองอะไรในแง่บวก
ไม่งั้นคงแย่
อาจจะน้อยใจเสียใจรึอาจจะรู้สึกว่าแฟนไม่เข้าใจตัวเอง
มันเป็นอะไรที่วิเศษนะนกว่า
การที่ใครมองอะไรสักอย่างในเชิงบวก
มันจะทำให้หลายๆปัญหาคลี่คลายลงไปได้
เป็นกำลังใจให้นะคะ
แค่นี้ก้อพอจะรู้ว่ายังไงซะครอบครัวอบอุ่นไม่แพ้ครอบครัวอื่นๆ

#15 By Nokontherock on 2008-05-15 08:25

แบบนี้ก็ต้องอดทนอย่างที่คุณอี๊ดว่านะครับ แต่บางคนทนได้มากน้อยก็คงต่างกันไปจริงๆ ขอบคุณที่เขียนเล่าให้ฟัง confused smile

#16 By Pack on 2008-05-15 08:52

ลืมบอกว่าอ่านจบแล้วเข้าใจหัวอกคนกลาง และแม่เลี้ยงมากขึ้นจริงๆ มุมมองที่ไม่เคยรู้มาก่อนเลย

#17 By Pack on 2008-05-15 08:53

คุณอี๊ดโชคดีนะคะที่ได้สามีดีและเข้าใจ
เด็กโตแล้วนี่เอาใจยากกว่าเด็กเล็กๆอีก
เป็นแม่เลี้ยงที่ดีนี่ดูยากจริงๆนะคะ
ขนาดเป็นแม่ธรรมดาว่าเหนื่อยแล้ว...คุณอี๊ดดูเหนื่อยกว่า..สู้ๆค่ะ

#18 By ยายแม่บ้าน on 2008-05-15 11:12

เมื่อวานเพิ่งมีคนโทรมาปรึกษาเรื่องการหย่าร้างกับสามี ทุกครั้งพี่จะบอกเสมอว่าการแก้ไขปัญหาชีวิตครอบรัวมันคงมีไม่กี่ทางเลือกอยู่ที่เราจะเลือกเดินทางไหน อยู่ที่เรามองว่าปัญหานั้นใหญ่เล็กแค่ไหน ซึ่งมาตรฐานของแต่ละคนก็แตกต่าง

เพราะแน่นอนก่อนจะมาเป็นครอบครัวเราคงต้องทำใจยอมรับทุกสถานการณ์ว่า มันคงมีอะไรหลายอย่างที่เกิดขึ้นเกินความคาดหมาย แต่อยู่ที่มุมมองของเราว่าเรามองปัญหานั้นแค่ไหน ชอบคำพูดอยู่ประโยคหนึ่ง ไม่สำคัญหรอกว่าปัญหาที่เกิดมันเป็นเช่นไร แต่สิ่งที่สำคัญเรามองปัญหานั้นอย่างไรต่างหาก เรื่องบางอย่างก็คงต้องมองข้ามไป

บางทีเราคงต้องมองว่าเราทำไมถึงแต่งงาน จุดมุ่งหมายของแต่ละคนก็แตกต่างกันไป แต่อะไรก็ตามการแต่งงานจะเกิดขึ้นได้ต้องมีความรักอย่างแน่นอน แต่อย่างว่าการที่คน 2 คนจะเดินไปด้วยกันได้นั้นมันต้องมีมากกว่าความรัก มันคงต้องมีความเข้าใจ ความอดทน การให้เกรียติซึ่งกันและกัน ความเอื้ออาทร และที่สำคัญ การเชื่อมั่นและศรัทธาในตัวของอีกฝ่าย

ให้กำลังใจนะคะ พี่เชื่อว่าทุกปัญหามันมีทางออกในตัวของมันเองเสมอ ถึงแม้ว่าเราแก้ไม่ได้แต่เวลาก็จะเป็นตัวแก้ปัญาของมันเองbig smile big smile

#19 By สาวโรงงาน on 2008-05-15 11:15

นอกจากความรัก และความอดทนแล้ว คงต้องใช้ความพยามด้วย
เป็นกำลังใจให้นะครับ เพราะทุกอย่างเราเพื่อ คนที่เรารัก และ สิ่งที่เรียกว่า ครอบครัว อย่าอ่อนแรงเสียก่อนหละ

#20 By (¯`•¸®·neo590·) °´¯)* on 2008-05-15 11:21

ขอให้ครอบครัวมีความสุขค่ะ

แต่ว่า...ไม่ใช่แค่เรื่องพ่อเลี้ยง แม่เลี้ยง ลูกเลี้ยงหรอกนะคะที่จะมีปัญหา
ครอบครัวที่พ่อแม่ลูกพร้อมหน้าก็มีปัญหาเยอะเหมือนกันค่ะ
ปัญหาในเรื่องคล้ายๆกัน ใกล้เคียงกัน แต่อาจถึงขั้นรุนแรงกว่าก็มี

บางปัญหามองผ่านได้ ทำเฉยๆซะ ให้กำลังใจคุณสามี ทั้งตัวเองก็น่าจะสบายใจขึ้นค่ะ
big smile

เอ่อ..เป็นมุมมองที่อาจจะไร้สาระไปหน่อย แต่ก็อยากให้ครอบครัวของคุณมีความสุขจริงๆค่ะbig smile big smile

#21 By ต้า on 2008-05-15 12:03

ตอบ#12
ขอบคุณมากนะคะคุณหงษ์

ตอบ#13
ขอบคุณที่มาคอมเม้นท์รอบสองค่ะ
จริงอย่างคุณอาร์มว่านะคะการไม่มีเวลาให้กันทำให้ครอบครัวแตกแยกได้จริงๆ
พี่เป็นกำลังใจให้คุณอาร์มเช่นกันนะคะ

ตอบ#14
ครอบครัวน้องบียังโชคดีนะคะที่แค่พูดเล่นกัน
เป็นครอบครัวสมบูรณ์ที่น่ารักอีกครอบครัวหนึ่ง
น่ารักดีค่ะ

ตอบ#15
อี๊ดก็ไม่ได้มองอะไรบวกอยู่ตลอดเวลาหรอกค่ะคุณนก
มันก็มีบ้างที่บางวันคิดอะไรลบๆเหมือนกันแต่ก็คิดพักเดียวเท่านั้น
แล้วทำความเข้าใจให้เหตุผลกับตัวเองแล้วเราก็จะคิดอะไรได้ดีขึ้นค่ะ

ตอบ#16-17
ก็ต้องอดทนอย่างมีเหตุมีผลด้วยนะคะ
เรียกว่าต้องอดทนและให้อภัยไปพร้อมๆกันด้วย
ยินดีมากค่ะที่ได้เสนอแง่มุมหนึ่งของคนที่ต้องมาเป็นแม่เลี้ยงอย่างไม่ได้ตั้งใจ
confused smile

ตอบ#18
เหนื่อยจริงๆด้วยค่ะคุณแม่บ้าน มีลูกเป็นเด็กวัยรุ่นแถววัยยังใกล้ๆกัน
เลยต้องเล่นHi5ไปด้วยเพื่อกระชับความสัมพันธ์confused smile

#22 By eeddy(อี๊ด) on 2008-05-15 13:53

ตอบ#19
ขอบคุณสำหรับคำแนะนำดีๆนะคะพี่ฝน

ตอบ#20
จริงค่ะคุณนีโอ ความรักมันต้องใช้ทุกอย่างที่ว่ามานั่นแหล่ะ
องค์ประกอบของความเป็นครอบครัวมันเยอะ
ถ้าไม่อดทนและพยายาม คงล่มเอาง่ายๆ

ตอบ#21
ขอบคุณสำหรับกำลังใจนะคะคุณต้าbig smile

#23 By eeddy(อี๊ด) on 2008-05-15 14:00

เข้าใจชีวิตของพี่อี๊ดมากขึ้นแล้วครับ เพราะผมเคยอ่านเรื่องที่พี่อี๊ดเขียนเรื่องแบบนี้มาก่อน ลูกเลี้ยงวัยรุ่น รู้สึกเหมือนจะไม่ค่อยเชื่อฟังซะด้วย เข้าใจที่พี่อี๊ดเขียน บางทีแม่เลี้ยงก็ไม่ได้ใจร้าย แต่ที่ทำไปอาจจะเพราะรักเหมือนลูก หรือต้องการสั่งสอน หรือว่าลูกเลี้ยงดื้อด้าน ไม่ยอมช่วยงานบ้านเลย ไม่เกรงใจพี่อี๊ดซึ่งเป็นแม่เลี้ยง คงจะสร้างความอึดอัดให้พี่อี๊ดพอสมควร ผมไม่อยากพิจารณาแค่ภายนอก ขอแสดงความคิดเห็นไว้เท่านี้ เพราะเรื่องครอบครัวเป็นเรื่องละเอียดอ่อนเกินไป คนภายนอกไม่สามารถเข้าใจได้ทั้งหมดครับ

#24 By Dream-Box on 2008-05-15 14:28

ตอบ#24
จริงจ้ะหนึ่ง
พี่ว่าครอบครัวแต่ละครอบครัวต่างก็มีรูปแบบของชีวิตต่างกัน
ล้านครอบครัวก็ล้านแบบ
วิธีจัดการของครอบครัวนึงอาจใช้ไม่ได้กับอีกครอบครัวนึง
เรื่องครอบครัว เรื่องความรักมันละเอียดอ่อนจริงๆนั่นแหล่ะ

#25 By eeddy(อี๊ด) on 2008-05-15 14:46

อ๊ายยย...บล็อคงาม ชื่ชม ชื่นชอบ >//<

#26 By Swordman แห่ง Iris on 2008-05-15 15:18

ยังไม่เคยมีเมีย เฮียยังไร้เดียงสานักเรื่องพรรค์เนี้ย
แต่คนรอบข้างที่สนิทมีปัญหาหย่าร้าง ปัญหาครอบครัวกับหลายคู่ เห็นแล้วก็เซ็ง

ของอี๊ดเป็นแม่เลี้ยงสาวสวย นางเอ๊ก นางเอก
ก็ขอให้อยู่กันด้วยความเข้าใจกันไปนานๆ มีความสุขจนชรานะจ๊ะ

#27 By จั่นเจา on 2008-05-15 15:54

ตอบ#26
ขอบคุณที่ชอบค่ะ

ตอบ#27
โหยยยย เฮียจั่นช่างเดียงสานะคะconfused smile
น้ำเสียงเฮียฟัง(อ่าน)ดูแล้วประชดนะคะนั่น

#28 By eeddy(อี๊ด) on 2008-05-15 16:13

ไม่ว่าจะยังไง...ก็ต้องทำหน้าที่ตรงที่เราได้พบเจอให้ดีที่สุดใช่มั๊ยค่ะ...
ยังไม่เคยเป็นลูกเลี้ยง และแม่เลี้ยงของใคร
แต่ถ้าได้เป็น การปรับตัวเข้าหากัน คงเป็นเรื่องแรกที่ต้องทำ...

คุณอิ๊ดยังโชคดีที่ไม่เจอปัญหาการต่อต้านจากลูก ๆ
แต่โดยเพราะเค้าคงเห็นว่าเราอายุใกล้เคียงกัน
ก็เลยทำอะไรวิสาสะไปหน่อย อาจก้าวล้ำไปนิ๊ด...
อืม.. แต่เรื่องนี้ก็อยู่ที่ความอดทน และการปล่อยวางด้วยนะคะ...


ที่คุณอิ๊ดบอกว่า...

อี๊ดว่าครอบครัวที่มีพ่อเลี้ยง แม่เลี้ยง หรือลูกเลี้ยง
แม้จะเป็นครอบครัวที่ไม่สมบูรณ์แบบ
แต่ก็สามารถที่จะอยู่ร่วมกันได้อย่างมีความสุข

ตรงนี้เห็นด้วยค่ะ...
และไม่ว่าจะยังไง...ก็ขอเป็นอีกหนึ่งกำลังใจให้นะคะ big smile
พี่สาวที่รักกันมากแต่งงานกับพ่อม่ายเรือพ่วง เลยเป็นแม่เลี้ยงตั้งแต่ยังสาวค่ะ ดูพี่แล้วเหนื่อยแทน นอกจากทำหน้าที่ภรรยา ดูแลบ้าน เลี้ยงลูกแล้วยังทำงานนอกบ้านฟุลไทม์ แถมต้องทำงานพิเศษหาเงินช่วยส่งลูกติดสามีเรียนหนังสือด้วย (เรียนมหาลัยเอกชน) เด็กๆ ก็เกรงใจพอควร แต่ปัญหาก็มีบ้างเพราะแกยังอยู่ในวัยรุ่นก็มีน้อยใจ กลัวพ่อไม่รัก ฯลฯ ดีที่พี่เป็นผู้ใหญ่และมีความเมตตาสูง มีอะไรก็พูดกันได้หมด
ขอให้กำลังใจเจ้าของบล็อกค่ะ ทำถูกแล้วที่คิดถึงคนกลางคือสามีเราก่อน คิดเสียว่าลูกเลี้ยงของเรายังอายุน้อย มีอะไรที่เขาไม่รู้อีกมาก มีอะไรที่ให้อภัยได้ก็อภัยเถอะ่ค่ะ ให้ความเมตตาและให้อภัย เราไม่เสียอะไร และมีความสุขยืนนานด้วย

#30 By RogerWilco on 2008-05-15 23:06

สวัสดีคะ คุณอี๊ด
มีสอง blog เหมือนกันเลย
แต่เราลบที่ bloggang ออกไปแล้วหละคะเพราะว่ามันรกมากเกินไป
ขอโทษคุณอี๊ดด้วยอุตสาห์ไปเม้น

เป็นกำลังใจให้สู้ต่อไปนะคะ

#31 By แม่บ้านนะยะ on 2008-05-15 23:36

ก่อนอื่นต้องขอบอกเลยว่า คุณอี๊ดจัดการทุกอย่างได้ถูกต้องแล้วดีมากๆแล้วครับผม

คนที่เป็นตัวกลางอย่าง แฟนของคุณอี๊ด เค้าจะเหนื่อยและน่าสงสารที่สุด ถ้าหากเราท้อถอย หรือหมดความอดทน คุณอี๊ดก็เช่นกันครับ สถานการณ์ของที่บ้านผมก็คล้ายๆกับของคุณอี๊ดครับ แต่ผมเชื่อเป็นอย่างยิ่งว่า ตอนนี้อยู่ในช่วง "ปรับตัว" ของทุกๆฝ่าย แล้วมันกำลังดีขึ้นครับ

เด็กๆที่วางจานชามเกะกะ โต๊ะก็เลอะ อันนี้ผมเชื่อว่าเค้าไม่ได้จงใจแกล้งให้คุณอี๊ดทำงานหนักขึ้น แต่มันเป็นนิสัย ที่ไม่ได้รับการขัดเกลามาตั้งแต่เด็กๆครับ

เราไปสอนหรือสั่งเค้าตรงๆไม่ได้ เราสอนเค้าได้โดยการทำเป็นตัวอย่างให้เค้าดู อาจจะมีเทคนิค หรือรอจังหวะ ตอนที่เรากินข้าวกันพร้อมหน้า แล้วพูดออกมาในเชิง "ขอความร่วมมือเบื้องต้น" เช่น "เอาจานไปไว้ในซิงค์นะคะ เดี๋ยวพี่ล้างเองคนเดียวได้จ๊ะ" แล้วพูด "ขอบคุณ" ถ้าเด็กๆทำตาม พูดแบบโอเว่อร์เล็กน้อย ให้เด็กได้ฉุกคิด วึ่งใช้เวลานานมากๆกว่าเค้าจะคิดได้ เราจึงต้องอดทนและเสมอต้นเสมอปลายครับ

ผมเชื่อว่าคนรักน้องหมาทุกคนเป็นคนดีครับ คนดีต้องได้สิ่งที่ดีๆ ประสบความสำเร็จครับ เอาใจช่วยครับ

#32 By มนุษย์กล่อง on 2008-05-16 13:08

ตอบ#29-30-31-32

มีแต่คำแนะนำดีทั้งนั้นเลย ขอบคุณทุกๆคนมากเลยค่ะ

#33 By eeddy(อี๊ด) on 2008-05-16 14:15

ลำบากใจทุกๆ ฝ่ายเลยนะคะ

แต่ดูพี่เป็นคนใจเย็นมากเลยนะคะ ก็ดีแล้วค่ะ ผ่อนได้ก็ผ่อน ไม่ไหวก็มาระบาย เก็บไว้มากๆ มันจะระเบิดได้

#34 By *รักเร้น* on 2008-05-24 22:09

อ่านแล้วก็คิดอะไรได้หลายอย่างนะคะ big smile

ขนาดสามีภรรยาที่รักกันอยู่ด้วยกัน บางครั้งยังอาจมีทำอะไรที่ขัดอกขัดใจกันได้เลยนะคะ แล้วระหว่างพ่อ แม่ ลูก ก็คงไม่ได้ต่างอะไร
เพราะความใกล้ชิด ต้องอยู่ด้วยกันตลอด ดังลิ้นกับฟัน ให้ตั้งใจหลบกันอย่างไร ก็ต้องมีสักครั้งที่เผลอกระทบกันจนได้

เข้าใจความอึดอัดของคุณอิ๊ดเลยค่ะ ที่เพราะเราไม่ใช่แม่แท้ๆ ทำให้เราหวั่นเกรงว่าสิ่งที่เราทำ พูด แสดงออกไป จะทำให้เขาเกิดอคติในใจได้

แต่ที่เคยเห็นมา มีลูกเลี้ยงบางคน รักพ่อเลี้ยง แม่เลี้ยง มากกว่าพ่อจริงแม่จริงเสียอีกค่ะ อยู่ที่การจูนเข้าหากันจนได้นั่นเอง

กิจกรรมที่ทำร่วมกันในครอบครัวเป็นสิ่งสำคัญนะคะ เป็นการเชื่อมความสัมพันธ์ระหว่างกัน
การทำอาหารทานร่วมกันในครอบครัว ประเภทที่ทุกคนได้ทำร่วมกัน ประเภทปิ้งย่าง ทำน้ำจิ้ม แบ่งหน้าที่กัน คนนั้นทำนั่น คนนี้ทำนี่ เมื่อทานเสร็จแล้วก็ขอให้เขาช่วยเก็บล้างทำความสะอาดไปด้วย ระหว่างนั้นเราก็พูดคุยไปกับเขาด้วย
นันท์ว่าเด็กๆ อาจไม่เคยคิดถึงตรงนี้มาก่อน แต่เขาคงไม่ได้ปฏิเสธเราเสียทั้งหมด surprised smile

ขอให้คุณอิ๊ด และทุกๆ คน มีครอบครัวที่มีความสุข มีทั้งความรักความอบอุ่นให้ผูกพันกันไว้ไม่สิ้นสุดนะคะ big smile

#35 By ~ N ~ on 2008-05-25 23:03

คุณอี๊ดคะ

แม่ปันปราย เป็นกำลังใจอีกคนนะคะ ลูกชายแม่ปันปราย กำลังเป็นวัยรุ่น ขนาดลูกตัวเอง ก็แย่แล้ว คุณอี๊ด คงอึดอัดบ้าง เพราะเด็กวัยรุ่นต้องการความเป็นตัวเองสูง แถมเรายังเป็นแม่เลี้ยงอีก จะแนะนำบอกกล่าว ก็ต้องกังวลเหมือนกัน

แต่ถ้าแฟนคุณอี๊ด เค้ารักเรา แม่ปันปรายว่า มันสุดยอดที่สุดค่ะ

อย่างอื่นแทบจะไม่สำคัญเลยนะคะ

เป็นกำลังให้ค่ะ big smile

#36 By MomMom on 2008-06-12 22:52

หวัดดีครับ คุณอี๊ต

เช้านี้เป็นเช้าที่เป็นวันหนึ่งที่ผมรู้สึกจิตตกมาก
แล้วผมก็เป็นคนหนึ่งที่ครอบครัวหย่าร้าง
ผมได้เลิกกับภรรยาเก่ามาได้ 1 ปีแล้ว
ตอนนี้ผมมีลูก 2 คนกับเค้า
แต่สิ่งทีสำคัญที่สุดก็ คือลูกผมก็ยังดูแลเค้าทุกอย่างเหมือนเดิม
ทั้งตัวเธอและลูกๆ
วันนี้ผมไม่มีความสุขเลย ผมคิดถึงลูกๆ มาก
ผมไม่รู้เลยว่า ลูกๆ ผมเค้าจะรูหรือเปล่าว่าไม่มีวันไหนเลยที่พ่อของ
เค้าคนนี้จะไม่คิดถึงพวกเค้า เลย
สรุปว่าอ่านแล้วรู้สึกดีครับ
ไว้จะกลับมาอ่านใหม่ครับ

#37 By tanay1234@hotmail.com (125.24.25.13) on 2008-07-20 10:12

eeddy(อี๊ด) View my profile

Favourites