เริ่มแรกที่คิดอยากจะได้หมาชิวาว่ามาเลี้ยง

อี๊ดก็ได้ศึกษาหาข้อมูลมาพอสมควรก่อนที่จะไปรับดาด้ามาเลี้ยง

พอจะรู้ว่าหมาพันธุ์จิ๋วขนาดนี้ค่อนข้างบอบบาง เลี้ยงยากพอสมควร

หลังจากที่ได้เห็นดาด้าวันแรกและอุ้มเค้าไว้แนบอก

ก็รู้สึกได้ถึงความบอบบางของสิ่งมีชีวิตที่เรียกว่า"หมา"

รักแรกพบได้เกิดขึ้นอีกครั้ง

เหมือนเช่นที่เคยเกิดขึ้น เมื่อครั้งที่ได้พบชูก้าเมื่อหลายปีก่อน

อี๊ดบอกกับตัวเองและเจ้าหมาตัวน้อยว่า

"แม่จะรักและดูแลหนูตลอดไปนะลูก"

ความรักที่เกิดขึ้นทั้งสองครั้ง มันมากพอๆกัน

แต่ที่ต่างกันคือ ชูก้าเป็นหมาที่เลี้ยงง่ายมาก

ไม่มีปัญหาอะไรเลยตอนที่เอามาบ้านใหม่ๆ

กิน เล่น นอน ฉี่  อึ

เห่าเสียงเล็กๆ น่ารักอย่างที่ลูกหมาทั้งหลายควรจะเป็น

......

แต่ดาด้าไม่ได้เป็นแบบนั้น...

วันที่ 3 เมษายน 2552

วันแรกที่มาถึงบ้าน หลังจากที่เอามาให้ชูก้าและแซมได้ดม

ได้ทำความรู้จักกันแล้ว ดาด้ามีอาการคึกคักอยากเล่นอยู่ได้พักเดียว

ก็เอาแต่นอน ไม่กินข้าว ไม่กินน้ำ มีแหวะเป็นน้ำเหลืองๆออกมา

ตอนดึกๆอี๊ดก็ต้องมาละลายน้ำหวานเฮลล์บลูบอยให้กิน

โดยใส่สลิงป้อน ป้องกันการเกิดภาวะน้ำตาลในเลือดต่ำ

ซึ่งจะเกิดขึ้นได้ในหมาพันธุ์ชิวาว่า

พอกินไปได้ซักพักก็แหวะออกมาอีก

คืนแรกผ่านไปด้วยความเป็นห่วงและกังวลใจ...

วันที่4 เมษายน 2552

วันที่สอง ตอนเช้าพยายามให้เค้ากินอาหารเปียกสูตรลูกหมา

ป้อนด้วยสลิงเหมือนเดิม กินครึ่งนึง คายออกมาครึ่งนึง

ก็ยังดี ถือว่ายังได้กินอะไรลงท้องบ้าง

กินเสร็จดาด้าก็จะมุดเข้าที่นอนอย่างเดียวเลย

ไม่แสดงอาการอยากเล่นอะไรใดๆทั้งสิ้น

 

ประมาณบ่ายๆ ก็ถ่ายออกมาเหลวๆสีน้ำตาลกลิ่นเหม็นมาก

ถ่ายเสร็จก็นอน ไม่เล่น ไม่กิน หลับตลอดเวลา

อี๊ดก็ต้องป้อนน้ำหวาน ป้อนน้ำ ป้อนอาหารด้วยสลิงอีก

ก่อนก็ปล่อยให้หลับยาวไปตลอดคืนจนถึงเช้า

 

คืนที่สองผ่านไปด้วยความกังวลใจที่มากกว่าเดิม...

วันที่ 5 เมษายน 2552

วันที่สาม ตื่นเช้าขึ้นมาก็เช็ดอึและอ้วกของดาด้า

อึเหลวแบบหมาที่ท้องเสีย

แต่อึเป็นสีน้ำตาลอ่อนกว่าเมื่อวานหน่อยและเหม็นน้อยกว่า

ตอนเที่ยงๆพาไปหาหมอ หมอตรวจอึแล้วบอกว่าแบคทีเรียเยอะ

ให้ฉีดยาฆ่าเชื้อไปเข็มนึง และให้ยาฆ่าเชื้อมากินที่บ้านด้วย

และซื้ออาหารสูตรสุนัขป่วยมากระป๋องนึง

ซื้อเจลป้ายปาก เป็นสารอาหารใช้สำหรับสุนัขที่ป่วย

กินอาหารไม่ได้ ก็เอาเจลนี้ป้ายปากให้กินแทน

หมดค่ายา ค่าอาหารเสริมไป900บาท

กลับมาก็ป้ายเจลให้กิน แล้วก็ปล่อยให้นอน

ดาด้ากินน้ำได้เองแล้ว จึงไม่ต้องป้อนน้ำให้

รอตอนเย็นถึงจะป้อนอาหารให้กิน และป้อนยาฆ่าเชื้อ

ดาด้าไม่ค่อยแหวะแล้ว แต่ก็ยังซึมและนอนตลอดเลย

คืนที่สามผ่านไปด้วยความเป็นห่วงและกังวลใจเหมือนเดิม

วันที่ 6 เมษายน 2552

วันที่สี่ ดาด้ายังไม่ถ่าย และไม่แหวะเลย สบายใจขึ้นนิดนึง

พาออกมาเล่นกับชูก้า ดาด้าก็เกิดอาการคึกคักอยากเล่น

ส่ายหางกระดุ๊ก กระดิ๊กน่ารัก น่าเอ็นดูอย่างที่ลูกหมาควรจะเป็น

อี๊ดสบายใจขึ้นเยอะเลยที่เห็นดาด้าร่าเริงขึ้น

และดีใจอย่างที่สุดที่เห็นดาด้าไปดมที่ชามข้าว

อี๊ดรีบไปอุ่นอาหารมาให้ ก็ปรากฎว่าดาด้ากินอาหารเอง

แถมออกอาการเอร็ดอร่อยอย่างเห็นได้ชัด

มันทำให้ความทุกข์ใจ ความกังวลใจมลายหายไปสิ้นเลยค่ะ

ไม่น่าเชื่อเลยว่า สิ่งมีชีวิตที่เรียกว่า"หมา"เนี่ย